ที่ผ่านมาทางพีทีจี เอ็นเนอยี ได้ขยายปั๊มน้ำมันพีทีอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันยังเร่งเดินหน้าธุรกิจ non-oil ไม่หยุด ล่าสุดได้เข้าซื้อหุ้น “AUTOBACS” จำนวน 38.26% ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น โดยวางเป้าขยายในปั๊มน้ำมัน “PT” ประเดิมปีนี้ 5 สาขา นอกปั๊มอีก 12 สาขาหวังขยายฐานลูกค้าและอีกห้าปีข้างหน้าคาดว่าจะขยายออโต้แบคส์มากถึง 240 สาขา เพื่อก้าวกระโดดขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น และสัญญาร่วมทุนกับบริษัท ออโต้แบคส์ เซเว่น จำกัด และ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรคุณภาพอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ “AUTOBACS” ด้วยการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท สยาม ออโต้แบคส์ จำกัด ในสัดส่วน 38.26% คิดเป็นมูลค่า 65 ล้านบาท
และภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นของสยาม ออโต้แบคส์แล้วนั้น จะส่งผลให้ศูนย์บริการรถยนต์ออโต้แบคส์ จะเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการขยายศูนย์บริการในประเทศไทย โดยบริษัทฯมุ่งหวังที่จะเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ non-oil ให้เพิ่มสูงขึ้น เพราะที่ผ่านมา 6 เดือนแรกของปีนี้สามารถทำกำไรจาก non-oil ได้ถึง 60 % ขณะที่ oil อยู่ที่ 40 % ดังนั้นในแต่ละปีจะขยาย non-oil ประมาณ 2-3 ธุรกิจ ประเภทฟู๊ดแอนด์เซอร์วิส ทั้งนี้เพื่อลดการพึ่งพาธุรกิจน้ำมันแต่เพียงอย่างเดียว
โดยในปีนี้ PTG ตั้งเป้าที่จะขยายศูนย์บริการรถยนต์ AUTOBACS ในสถานีบริการน้ำมัน “PT” จำนวน 5 สาขา และขยายนอกสถานีบริการน้ำมันอีกจำนวน 12 สาขา โดยเน้นในกทม.และปริมณฑล ซึ่งการขยายสาขาดังกล่าวจะส่งผลให้ PTG สามารถขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ AUTOBACS และผู้ที่เข้ามาใช้บริการในสถานีบริการน้ำมัน PT ให้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน PTG ยังไม่มีศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรในสถานีบริการน้ำมัน และที่สำคัญ PTG จะสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าที่ถือบัตรสมาชิก PT Max Card ให้เพิ่มสูงขึ้น และต่อยอดการให้บริการกับสมาชิกได้อย่างหลากหลาย ครบวงจร และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นไปตามแผนในการเดินหน้าขยายธุรกิจ non-oil
ในขณะที่ออโต้แบคส์ก็จะสามารถขยายกลุ่มลูกค้าในสถานีบริการน้ำมันได้เพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากในปัจจุบันมีสาขาที่อยู่เฉพาะนอกสถานีบริการน้ำมันเพียงเท่านั้น ยังไม่มีการขยายสาขาในศูนย์บริการน้ำมัน “เรามุ่งมั่นเพิ่มการบริการที่หลากหลายครบวงจร และมอบสิ่งที่ดีที่สุดในคุณภาพระดับโลกให้กับลูกค้า เรามีความต้องการที่จะขยายธุรกิจ non-oil ซึ่งทางออโต้แบคส์เองก็สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของศูนย์บริการครบวงจรให้กับ PTG ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน ทำให้สามารถขยายกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มขึ้นระหว่างกัน รวมถึงสามารถขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นได้ ที่สำคัญ AUTOBACS ไม่เคยอยู่ในปั๊มไหนมาก่อน ทำให้ PTG และ AUTOBACS จะสามารถขยายธุรกิจไปได้พร้อม ๆ กันทั้งใน และนอกสถานีบริการได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีศักยภาพ” นายพิทักษ์กล่าว
ด้าน
คุณรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามออโต้แบคส์ จำกัด ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ศูนย์บริการรถยนต์ AUTOBACS เป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรคุณภาพอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น สามารถรองรับทุกความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ด้วยสินค้า และบริการเกี่ยวกับรถยนต์ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกประโยชน์ของการใช้สอย มากกว่า 2,000 รายการด้วยทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ และผ่านการฝึกฝนทักษะภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 7 สาขา ประกอบไปด้วย สาขาลาดพร้าว 101, จรัญสนิทวงศ์, พระราม 3, นวมินทร์, คู้บอน, ศรีราชา และพัฒนาการ
ที่ผ่านมาในช่วงเวลา 10 ปีทางออโต้แบคส์ อาจจะล่าช้าในการทำตลาดในเมืองไทยไปบ้าง เพราะจะต้องขยายสาขาในประเทศอื่น ๆ ด้วย แต่ในครั้งนี้ทางออโต้แบคส์ จะเร่งสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์เพิ่มมากขึ้น จึงได้ร่วมมือกับทางพีทีจี และในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะขยายออโต้แบคส์ทั้งในปั๊มน้ำมันพีที และนอกปั๊มน้ำมัน เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 240 สาขา โดยเปิดในปั๊มน้ำมันพีทีประมาณ 140 สาขากับนอกปั๊มอีก 100 สาขา ทั้งนี้เพื่อหวังขึ้นมาเป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรอันดับหนึ่งในประเทศไทย เพราะถ้าถึงวันนั้นเราจะมีสาขามากกว่าคู่แข่งที่ครองอันดับหนึ่งอยู่ในขณะนี้
สำหรับรูปแบบของออโต้แบคส์จะมีอยู่ 3 ขนาด คือ ขนาดไซส์ใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ซึ่งออโตแบคส์ที่อยู่ในปั๊มน้ำมันพีทีนั้นจะเป็นขนาดเล็กที่ใช้พื้นที่ประมาณ 168 ตรางเมตร ซึ่งจะมีทั้งในส่วนที่ขายสินค้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์และศูนย์บริการ โดยขนาดใหญ่คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 5 ล้านกว่าบาท และขนาดกลางประมาณ 3.5 ล้านบาท ส่วนขนาดเล็กในปั๊มน้ำมันพีทีนั้นจะต้องพิจารณาว่าแต่ละปั๊มจะนำสินค้าและอุปกรณ์แบบไหนมาวางขายให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ด้วย รวมถึงศูนย์บริการที่จะมีประมาณ 3-4 ช่องซ่อม ส่วนขนาดกลางจะมีประมาณ 6 ช่องซ่อมขึ้นไป พร้อมกันนั้นทางออโต้แบคส์จะเน้นการบริการให้แตกต่างกว่าที่อื่นมากกว่าเน้นที่ราคาสินค้า เพราะสินค้าที่ขายลูกค้าสามารถนำมาใช้บริการหรือติดตั้งได้ฟรี
นอกจากนี้ในช่วงแรกจะเร่งสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยจะผ่านทางดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งประมาณ 20-30 % ไม่ว่าจะเป็นเว็ปไซต์และเฟซบุ๊ค แต่อย่างไรก็ตามในปีนี้จะยังไม่มีการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ และคาดว่าต่อไปจะเปิดขายสินค้าของออโต้แบคส์ทางออนไลน์ด้วย